8.10.51

Top 10 Antivirus Review

Top 10 Antivirus Review

เดือนที่แล้วคอมผมพังไป 3 ครั้ง ภายในเวลาไม่ถึงเืดือน กินไม่ได้นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว หาตัว Anti มาใช้หลายตัว แต่ตัวที่ถูกใจสำหรับผมคือ Avast ครับ ที่สำคัญ Free ครับ แบบ (Home Edition) แต่มันไม่ได้อยู่ใน Top 10 นี่สิ!!! เอ่อ แล้วใครจะสนล่ะตั้งแต่ใช้ตัวนี้มา กับเจ้า FireFox ตอนนี้ยังไม่เจอเลยสักตัว

ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer virus) หรือเรียกสั้นๆ ในวงการว่า ไวรัส คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บุกรุกเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ ส่วนมากมักจะมีประสงค์ร้ายและสร้างความเสียหายให้กับระบบของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆ
ขณะที่ไวรัสโดยทั่วไปนั้นก่อให้เกิดความเสียหาย (เช่น ทำลายข้อมูล) แต่ก็มีหลายชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย เพียงแต่ก่อให้เกิดความรำคาญเท่านั้น ไวรัสบางชนิดนั้นจะมีการตั้งเวลาให้ทำงานเฉพาะตามเงื่อนไข เช่น เมื่อถึงวันที่ที่กำหนด หรือเมื่อทำการขยายตัวได้ถึงระดับหนึ่ง ซึ่งไวรัสเหล่านี้จะเรียกว่า บอมบ์ (bomb) หรือระเบิด ระเบิดเวลาจะทำงานเมื่อถึงวันที่ที่กำหนด ส่วนระเบิดเงื่อนไขนั้นจะทำงานเมื่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์มีการกระทำเฉพาะซึ่ง เป็นตัวจุดชนวน ไม่ว่าจะเป็นไวรัสชนิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือไม่ก็ตาม ก็จะมีผลเสียที่เกิดจากการแพร่ขยายตัวของไวรัสอย่างไร้การควบคุม ซึ่งจะเป็นการบริโภคทรัพยากรคอมพิวเตอร์อย่างไร้ประโยชน์ หรืออาจจะบริโภคไปเป็นจำนวนมา Source : http://th.wikipedia.org/wiki/ไวรัสคอมพิวเตอร์

Anti-Virus Software Review 2008

















1. BitDefender
2. Kaspersky
3. ESET Nod32
4. AVG
5. F-Secure
6. Trend Micro
7. McAfee
8. Norton
9. CA
10. Norman
ดูได้จากที่นี่ครับ http://anti-virus-software-review.toptenreviews.com/

15.9.51

วิธี ทำให้ Net ของคุณเร็วขึ้น โดยการปลดล๊อคความเร็วเน็ตจาก windows ครับ

วิธ๊ปลดล๊อคความเร็วเน็ตWindow XP และ Window Vista
หากเจอปัญหาเน็ตเต่าผมว่าคงช่วยได้นะครับ
ถ้าใครทราบแล้วก็ขออภัยด้วย

โดยปกติแล้ว window จะ บล็อกความเร็วเน็ต ไว้ 20 เปอร์เซ็นต์ เรามีวิธีปลดบล๊อกได้ด้งนี้

Windows XP


การใช้งานอินตอร์เน็ตบางครั้งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับส่วนประกอบหลายด้าน เราก็ พยายามหาหนทางปรับแต่งให้ถูกใจ
และถูกเงิน วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ทำให้การท่องอินตอร์เน็ตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
1. คลิกที่ปุ่ม Start
2. เลือกที่แถบรายการ Run
3. ที่ช่อง Open พิมพ์คำว่า gpedit.msc แล้วคลิก OK
4. จะแสดงหน้าต่างของการปรับแต่ง Group Policy
5. ที่ Computer Configaration เลือกแถบ Administrative Templates
6. หัวข้อ Network เลือกที่ QoS Packet Scheduler
7. มองหน้าต่างด้านขวามือ ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwidth
8. จะปรากฎกรอบหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwidth Properties
9. เลือกแถบ Setting คลิกที่ช่อง Enable
10. ในช่อง bandwidth limit (%) : ปรับค่าเป็น 0
11. คลิก OK เพื่อยืนยันการใช้งาน แค่นี้เองลองนำไช้ดูครับ
12. By.HeaSeaE

bandwidth limit (%) คือ อัตตราความแลคนะครับ เช่น ผมให้คุณเลือกไว้เป็น 0 คือ ไม่ให้อัตตราความแลคของเครื่องส่งผลกระทบต่อความล่าช่าของ Net สักนิดเดียว ถ้าคุณเลือก 100 จะทำให้ Net ล่าช้าถึงขีดสุดอาจจะทำให้ Net ไม้กระตุ้นต่อความเร็วเลยก็ได้นะครับ ถ้าใคร Set ไว้ 100 รีบทำให้ 0 หรือถ้าไม่อยากให้เร็วเกิน ควรปรับ ธรรมดา ก็ 10 ครับ

Windows Vista

1. ไปที่ Run พิมพ์ ms_SimS_Net_Adt
2. จะได้หน้าหัวข้อ Network Adabter
3. ให้คลิกหัวข้อที่ NetWork Bandwith (%)
4. แล้วไปที่ Qos Adabter
5. จะเหน NetWork Bandwith Qos Adabter
6. ติ๊กถูก หน้า คำว่า NetWork Bandwith (%)
7. แล้วเปลี่ยนจาก 10 เป็น 0 % นะคับ
8. เสร็จแล้วกด Yes
9. แล้ว Restart เครื่องของคุณนะคับ
10. ปล.สำหรับ Windows Vista ถ้า Windows Vista บางคนไม่มี
ให้ปรับที่ msconfig นะคับ วิธีเเก้ ไปที่ Start > Run พิม msconfig แล้วคลิกแก้ไขที่หัวข้อ Services


แก้ไขโดย : pop4online

13.9.51

Blue Screen Of Dead หน้าจอสีฟ้า มหาภัยในวินโดวส์

เครื่องผมเกิดมีปัญหาทำอะไรไม่ได้เลย เปิดขึ้นมาก็เป็น Blue Screen
โทรไปถามศูนย์บอกว่าให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า Harddisk อาจพัง ไปถามที่ศูนย์ซ่อม บอกให้เตรียมตัวซื้อ Harddisk หรือแรม ตัวใหม่ได้เลย
แต่ปัญหามันมีทางออกครับ ผมเจอบทความดี ๆ และเป็นประโยชน์ เลยเอามาฝากครับ เชื่อแน่หากเจออย่างผม เหวอ ไปเลยครับ




การแก้ไข Blue Screen Of Dead หน้าจอสีฟ้า มหาภัยในวินโดวส์
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP คาดว่าคงจะมีหลายคนที่เคยได้พบเห็นหน้าจอของเครื่องขึ้นเป็นสีฟ้า ซึ่งหน้าจอที่ว่าจะปรากฏเมื่อเครื่องของคุณเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง บางครั้งการแก้ไขโดยการกดปุ่ม Esc หรือปุ่มใดๆ ก็สามารถกลับมายังการทำงานที่ยังค้างอยู่ได้ แต่หากอาการหนักหน่อย ก็คงต้องแก้โดยการรีสตาร์ทเครื่อง (ท่าไม้ตาย Ctrl+Alt+Del) สร้างความเบื่อหน่ายและเข็ดขยาดให้กับคนที่พบกับปัญหานี้

ทางไมโครซอฟท์ได้สร้างหน้าจอสีฟ้าที่เรียกว่า Blue Screen Of Dead (ขอเรียกสั้นๆ ว่า BSOD) เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ทราบถึงสาเหตุของปัญหา หากเราเสียเวลาทำความเข้าใจกับมันสักเล็กน้อย การต้องพบกับ BSOD ในคราวหน้า คุณก็จะสามารถคาดเดาวิธีแก้ไขปัญหาที่จะเกิด และสามารถป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้อีกได้
ส่วนประกอบภายใน Blue Screen Of Dead
ในหนึ่งหน้าจอของ BSOD จะมีการแบ่งรายละเอียดที่แสดงออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน

ส่วนที่ 1
เป็นส่วนที่แสดงหมายเลขข้อผิดพลาดออกมาเป็นเลขฐาน 16 อยู่ที่ด้านบนสุด รองลงมาจะเป็นคำอธิบายเพื่อบอกให้เราทราบว่ามีปัญหาเกิดขึ้น และท้ายสุดก็คือสาเหตุที่เกิดปัญหาโดยแสดงเป็นตัวอักษรที่เราอ่านออกได้ ในที่นี้ก็คือ ไดรเวอร์_IRQL_MOT_LESS_OR_ EQUAL

ส่วนที่ 2
ในส่วนนี้เป็นส่วนที่ให้คำแนะนำสำหรับการแก้ไขปัญหา ซึ่งไม่ว่าปัญหาจะเกิดจากอะไรก็ตาม คุณก็จะเห็นรายละเอียดในส่วนที่สองนี้เหมือนกันทุกครั้งไป วิธีที่ถูกแนะนำให้เป็นการแก้ปัญหาวิธีแรกที่ BSOD แจ้งให้คุณทราบ และเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การรีสตาร์ทเครื่อง

ส่วนที่ 3
หากไดรเวอร์ของฮาร์ดแวร์ภายในเครื่องของคุณมีส่วนที่ทำให้เครื่องมีปัญหาก็จะถูกแสดงให้เห็นในส่วนนี้

ส่วนที่ 4
ส่วนสุดท้ายที่ปรากฏบน BSOD เป็นรายละเอียดของการที่ OS พยายามที่จะบันทึกรายละเอียดที่อยู่ภายใน Memory ขณะที่เกิดปัญหาไปเก็บไว้เป็นไฟล์ที่มีนามสกุล .TMP คุณจะพบเห็นไฟล์พวกนี้ได้ในโฟลเดอร์ WINDOWS

สาเหตุที่ทำให้เกิด Blue Screen Of Dead

สาเหตุที่ทำให้เกิด BSOD ไล่จากเล็กน้อยจนถึงขั้นสาหัสได้ 5 สาเหตุใหญ่ๆ
1. สาเหตุจากโปรแกรม (Software Errors) โปรแกรมบางอย่างที่นำมาติดตั้งบน เครื่องอาจจะไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะโปรแกรมจำพวก Spy ware, virus หรือไม่ก็โปรแกรมที่เป็น BETA TEST ที่ให้ ดาวน์โหลดฟรีทั้งหลาย นั่นแหละตัวดี

2. สาเหตุมาจากฮาร์ดแวร์ (Hardware Errors) ฮาร์ดแวร์เป็นปัจจัยที่ทำให้เครื่องเกิดปัญหาได้ หากฮาร์ดแวร์ตัวนั้นไม่สามารถทำงานร่วมกับวินโดวส์ XP ได้อย่างสมบูรณ์

3. สาเหตุจากการติดตั้งโปรแกรม (In- stallation Errors) หากกำลังติดตั้งโปรแกรม เพื่อใช้ดูหนัง แต่เกิดไฟดับก่อนที่จะติดตั้งเสร็จ แถมเครื่องคุณยังไม่ได้ติด UPS ซะด้วย ในการติดตั้งนั้นย่อมมีไฟล์ของโปรแกรมบางส่วนถูกก๊อปปี้ลงบนฮาร์ดดิสก์ของเราแล้ว ไฟล์เหล่านี้ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เครื่องของคุณเกิดปัญหาได้

4. สาเหตุจากการบูตเครื่อง (Startup Errors) เมื่อกดปุ่ม power เพื่อเปิดเครื่อง ระบบจะมีลำดับขั้นตอนในการ Detect อุปกรณ์สามอย่างก่อนก็คือ การ์ดจอ จากนั้นก็มาที่ แรม แล้วก็ ฮาร์ดดิสก์ ตามลำดับ และโหลดไฟล์จากฮาร์ดดิสก์ไปเก็บไว้ที่แรม หากขั้นตอนใดมีการผิด พลาด ก็จะทำให้เกิด BSOD ได้เช่นกัน

5. สาเหตุที่นอกเหนือจากที่กล่าวมา (Intermittent Errors) เป็นปัญหาที่ยากลำบากที่สุดในการแก้ไข เพราะอาจจะเกิดจากสาเหตุอะไรก็ได้ เช่น ความร้อนของซีพียู หรือปัญหาเกี่ยวกับแรม

ทำยังไงดี เมื่อเกิด Blue Screen Of Dead

ในกรณีที่เกิด BSOD ได้สักพัก แล้วเครื่องรีสตาร์ทโดยอัตโนมัตินั้น เป็นเพราะมีการตั้งค่าในวินโดวส์ XP เราสามารถแก้ไขไม่ให้เครื่องรีสตาร์ทด้วยตัวเองได้โดย

1. คลิกขวาที่ My Computer>Proper-ties> เลือก ที่ Advance Tab
2. คลิกที่ปุ่ม Settings ในกลุ่ม Startup and Recovery จะปรากฏหน้าต่าง Startup and Recovery ขึ้นมา
3. ในกลุ่มของ System Failure หากที่หัวข้อ Automatically restart ถูกเลือกไว้ ให้คลิก เพื่อนำเครื่องหมายถูกออก
จากหัวข้อนี้ เพียงเท่านี้ เมื่อเกิด BSOD ในครั้งหน้าเครื่อง ของคุณก็จะไม่รีสตาร์ทด้วยตัวเองอีกแล้ว

ทางเลือกในการแก้ปัญหาเมื่อเกิด Blue Screen Of Dead

หากเกิด BSOD และไม่สามารถใช้งานวินโดวส์ในโหมดปกติได้ ให้รีสตาร์ทเครื่อง จากนั้นกด F8 (หากกลัวพลาดกดรีสตาร์ท แล้วให้กด F8 ซ้ำๆ) เครื่องของคุณจะเข้ามาใน Safe Mode ซึ่งเป็นการทำงานในอีกระบบที่วินโดวส์สร้างไว้เผื่อกรณีที่ทำงานในระบบปกติไม่ได้

สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อเข้ามาใน Safe Mode แล้ว ก็คือ การค้นหาโปรแกรมที่ชื่อแปลกๆ หรือไม่คุ้นเคยซึ่งโปรแกรมเหล่านั้นอาจเป็นโปรแกรมจำพวก Spy ware ให้คุณ Uninstall ออกไป จากนั้นสแกนไวรัสที่อาจอยู่ในเครื่องของคุณ ถ้าโชคดี การทำเพียงแค่นี้จะทำให้สาเหตุของ BSOD ที่เกิดขึ้นถูกแก้ไข และก็สามารถใช้งานวินโดวส์ในการทำงานปกติได้

แต่ถ้ายังมีอาการอยู่ ให้กลับมาที่ Safe Mode อีกครั้ง ไมโครซอฟท์ได้สร้าง Utilities ตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่คล้ายๆ กับ Time machine สำหรับการย้อนเวลากลับไปยังจุดที่เครื่องสามารถทำงานได้อย่างไม่มีปัญหาได้

โดยการเลือกที่ Start>all program>accessories> system tools>system restore จะปรากฏหน้าต่าง System Restore ขึ้นมา

ให้เลือกที่ restore my computer to an earlier time และคลิกปุ่ม Next จะปรากฏหน้า ที่เรียกว่า Select a Restore Point เพื่อให้เลือกจุดที่จะย้อนกลับไป วิธีการที่จะ Restore นั้นง่ายมาก เพียงแค่คลิกที่เลือกวันในปฏิทินที่ปรากฏที่หน้าต่างด้านซ้าย โดยวันที่สามารถเลือกได้นั้นจะต้องเป็นตัวอักษรที่มีลักษณะเข้มเท่านั้น จากนั้นตอบ Next ไปเรื่อยๆ เครื่องก็จะรีสตาร์ท และ Restore ระบบให้กับคุณ

ไม่ต้องกลัวนะครับว่าเมื่อ Restore เสร็จแล้ว จะทำให้ไฟล์ใหม่ๆ ที่มีการสร้างขึ้นหลังจากวันที่ที่คุณเลือกในการ Restore หายไป รับรองไฟล์ไม่หายไปไหนแน่นอน มันก็ยังรอคุณอยู่ที่เดิม

การแก้ไขแบบปัญหาแบบเจาะจง

1. ในกรณีที่เกิดจากไดรเวอร์ของฮาร์ดแวร์
หากคุณคาดเดาได้ว่า BSOD ที่เกิดน่าจะมีสาเหตุมาจากไดรเวอร์ของอุปกรณ์ที่คุณติดตั้งเข้าไป การแก้ไขสามารถทำได้สองวิธีก็คือการ Roll Back ไดรเวอร์ก็คือการกลับไปใช้ไดรเวอร์ตัวเก่าของอุปกรณ์ และการยกเลิกการใช้งานอุปกรณ์ตัวนั้นไปเลย
วิธีแรก การ Roll Back

ที่หน้าจอ Desktop ให้คลิกขวาที่ my computer เลือกที่ properties>hardware จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Device Manager จะปรากฏหน้าต่าง Device Manager ขึ้นมาที่หน้าจอนี้จะแสดงรายละเอียดว่าเครื่องของคุณมีการติดตั้งอุปกรณ์ อะไรบ้าง หากคุณทราบว่าอุปกรณ์ตัวใดที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ให้คลิกที่เครื่องหมายบวกข้างหน้าประเภทของอุปกรณ์ เครื่องจะแสดงรายการอุปกรณ์ชนิดนั้นออกมา คลิกขวาที่ชื่ออุปกรณ์ตัวนั้น และเลือก properties หน้าต่างที่แสดงรายละเอียดต่างๆ ของอุปกรณ์ตัวนั้นจะปรากฏขึ้นมา ให้คุณเลือกที่แท็บไดรเวอร์

คลิกที่ปุ่ม Roll Back ไดรเวอร์ เพื่อ Roll back หรือกดปุ่ม Uninstall เพื่อลบไฟล์ไดรเวอร์ที่ติดตั้งออกไป คุณควรเริ่มจากการ Roll Back ก่อน แล้วทดลองใช้งาน หากยังมีปัญหาให้ Uninstall แล้วค่อยติดตั้งไดรเวอร์ให้กับฮาร์ดแวร์ตัวนั้นใหม่ (มีอุปกรณ์สองอย่างที่คุณไม่สามารถ Uninstall ไดรเวอร์ได้ ก็คือ Display card กับ mainboard)

วิธีที่สอง การ Disable

เป็นวิธีที่คล้ายๆ กับการฆ่าตัดตอน คือ เลิกการใช้งานอุปกรณ์ตัวนั้นไปเลย คุณสามารถ Disable อุปกรณ์ที่คุณต้องการได้โดยคลิกขวาที่ชื่อของอุปกรณ์บนหน้าจอของ Device Manager จะปรากฏ Context Menu ออกมาเลือกที่ Disable และก็ตอบ OK

2. ในกรณีที่เกิดจากซอฟต์แวร์
เมื่อบูตเครื่องจะมีโปรแกรมบางโปรแกรมที่ทำงานเองโดยอัตโนมัติ นั่นก็อาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิด BSOD ได้ เราสามารถตรวจสอบได้ว่ามีโปรแกรมใดบ้างที่มีการทำงานแบบนั้น โดยใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า autorun สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.sysinternals.com/

โปรแกรมนี้จะแสดงรายละเอียดให้คุณได้ทราบว่าเมื่อเปิดเครื่องแล้วมีโปรแกรมอะไรบ้างที่ทำงานให้โดยอัตโนมัติ หากคุณไม่ต้องการให้โปรแกรมใดทำงานเอง ให้คลิกเครื่องหมายถูกที่อยู่ข้างหน้าโปรแกรมนั้นออก (ระวัง! มีโปรแกรมอยู่สองตัวที่ต้องไม่คลิกออก คือ Userinit.exe และ EXPlorer.exe)

แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาและแบนด์วิธเพียงพอสำหรับการ ดาวน์โหลดโปรแกรมข้างต้น วินโดวส์ XP ได้เตรียม Utilities ที่สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน โดยเลือกที่ Start>Run… และพิมพ์ msconfig กด Enter จะปรากฏหน้าจอ System Configuration Utility เลือกที่ Tab Startup

msconfig จะแสดงโปรแกรมที่มีการทำ งานแบบอัตโนมัติให้คุณทราบ จากนั้นให้คุณเลือกว่าไม่ต้องการให้โปรแกรมใดทำงานแบบอัตโนมัติ โดยคลิกนำเครื่องหมายถูกหน้าโปรแกรมที่ต้องการออก แต่ข้อเสียของการใช้ msconfig คือ ไม่สามารถแสดงรายละเอียด ของโปรแกรมที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหา เช่น โปรแกรมจำพวก Spy ware ที่แอบซ่อนอยู่ได้ เหมือนกับ โปรแกรม Autorun

3. กรณีที่เกิดจากความผิดพลาดของระบบปฏิบัติการ

หากมีความผิดพลาดของไฟล์ที่ใช้งาน เช่น ไฟล์ตระกูล .DLL เกิดหายไป หรือการเปลี่ยนเมนบอร์ด ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP จะ Interrupt การทำงาน ในกรณีของความผิดพลาดจากโอเอส คุณจำเป็นต้อง Repair Install ให้กับระบบปฏิบัติการของคุณ โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. ให้บูตด้วยแผ่นซีดีที่มีระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ XP อยู่ในนั้น และเลือก press enter to set up Windows XP now และกด Enter
2. จากนั้นกด F8 เพื่อข้ามหน้าจอสอบถามรายละเอียด
3. จากนั้นกดตัว R เพื่อสั่งให้เครื่อง Reinstall Windows XP ให้กับเครื่องของคุณ
การทำแบบนี้ข้อมูลที่อยู่ในเครื่องของคุณจะไม่สูญหาย เพราะเป็นเหมือนกับการก๊อปปี้ไฟล์ต่างๆ ของวินโดวส์ XP ในซีดีรอมไปสู่ฮาร์ดดิสก์นั่นเอง
4. กรณีที่เกิดจากฮาร์ดแวร์
ปัญหาที่รุนแรงขึ้นมาเหนือจากปัญหาจากโปรแกรม ก็คือ ปัญหาจากฮาร์ดแวร์ ซึ่งนอกจากจะเสียแรงกับการหาสาเหตุว่าเกิดจากอุปกรณ์ใดแล้ว อาจจะต้องเสียสตางค์ เพื่อซื้ออุปกรณ์ใหม่อีกต่างหาก
หนึ่งในอาการที่บ่งบอกได้ว่าการเกิด BSOD นั้น มีสาเหตุจากฮาร์ดแวร์ก็คือ ขณะเข้าสู่ Safe Mode กลับปรากฏหน้าจอ BSOD ให้เห็นเป็นระยะๆ หรือแม้กระทั่งคุณใช้ System Restore แล้วก็ยังปรากฏ BSOD ให้เห็นอีก

ข้อแนะนำในการแก้ปัญหาที่เกิดจากฮาร์ดแวร์ก็คือ ถอด ครับ หากใช้งานมานานแล้ว แต่ไม่เคยปรากฏ BSOD ให้เห็นเลย แต่จู่ๆ หลังจากติดตั้งอุปกรณ์บางตัวเพิ่มเข้าไปใหม่แล้ว ทำให้คุณต้องมาเจอกับหน้าจอ BSOD แล้วล่ะก็ ผู้ต้องสงสัยรายแรกที่ควรจัดการก็คือ อุปกรณ์ตัวใหม่ ที่ว่านั่น ให้ปิดเครื่อง และถอดออกจากสล็อต แล้วเปิดเครื่องใหม่ หากยังมีหน้าจอ BSOD ปรากฏออกมาอีก คราวนี้ต้องถอดกันเยอะเลยครับ โดยควรให้เหลือ เพียงอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ที่ต่ออยู่กับเครื่อง

เมาส์และคีย์บอร์ด
ฮาร์ดดิสก์
ซีดีรอมการ์ดแสดงผล
แรม

จากนั้นเปิดเครื่อง และทดลองใช้งาน หากไม่ปรากฏหน้าจอ BSOD เลย แสดงว่าหนึ่งในอุปกรณ์ที่ถอดออกนั้น เป็นสาเหตุที่ทำ ให้เกิดความผิดพลาดอย่างแน่นอน จากนั้นเริ่มทดลองกับอุปกรณ์ที่ถอดออก โดยให้ใส่อุปกรณ์ที่ถอดออก และเริ่มใช้งานทีละชิ้น การทำเช่นนี้ทำให้สามารถจำกัดวงของอุปกรณ์ที่น่าจะเป็นสาเหตุปัญหาให้น้อยลงได้อย่างเป็นระบบ

5. กรณีที่นอกเหนือจากหัวข้อที่กล่าวมา

หากคุณไล่แก้ไขตามขั้นตอนที่แนะนำ มาเรื่อยๆ แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เครื่องของคุณยังมีหน้าจอ BSOD ปรากฏอยู่ เรื่อยๆ รายละเอียดที่ต้องพิจารณาในลำดับต่อไปก็คือ แรม ให้ลองถอดแรมออกจากสล็อต และทำความสะอาด หรืออีกวิธีที่ง่ายๆ ที่จะทำให้ทราบได้ว่าแรมของคุณมีปัญหาหรือไม่ คือ นำแรมจากเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่ทำงานได้ตามปกติ และต้องเป็นแรมชนิดเดียวกันมาใส่ เปิดเครื่อง จากนั้นทำงาน ตามปกติ หากลองเปลี่ยนแรมแล้วยังไม่หายอีก อุปกรณ์ที่ต้องพิจารณาต่อมาก็คือ ฮาร์ดดิสก์ การเกิด Bad Sector ก็อาจเป็นอีกสาเหตุ และอันดับสุดท้ายก็คือ ซีพียู ปัญหาความร้อนที่มากไปทำให้ เกิด overheat หรือพัดลมไม่หมุนก็เป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิด BSOD

ถึงแม้ระบบปฏิบัติการคู่แข่งอย่างลีนุกซ์ได้รับความนิยมขนาดไหนก็ตาม แต่ในองค์กรขนาดใหญ่ ก็ยังเทความเชื่อมั่นให้กับฝ่ายไมโครซอฟท์อยู่ดี เพราะว่าก่อนที่จะปล่อยผลิตภัณฑ์ออกมาให้เราเสียเงินกัน ต้องผ่านการทดสอบนับพันนับหมื่นครั้ง ถึงอย่างนั้นก็ยังมิวายมีปัญหาเกิดขึ้น คิดว่าไม่มีใครอยากให้เกิดปัญหา แต่เมื่อเกิดแล้วก็ต้องหาทางแก้ไข แต่ก่อนจะแก้ไข เสียเวลาศึกษารายละเอียดของปัญหาซักนิดจะเป็นไร เพื่อจะได้แก้ไขได้อย่างถูกจุด… คุณว่าจริงไหม...

แหล่งที่มา : http://www.bcoms.net/webboard/detail.asp?id=16004
(โดย สยุมภู กองสุข ผมไม่ใช่คนเขียน ครับ ไปอ่านเจอ เลยก๊อบมาฝากน่ะครับ ถ้าเก่งขนาดนี้คงจะดีน่ะ คนเขียนตัว ชื่อ ดำๆ น่ะ )


หากวันนั้นหากผมตัดสินใจให้ช่างที่ศูนย์ซ่อม คงโดนไม่หลายพันอยู่ ผมเลยเดินไปซื้อแผ่น windows XP ที่ seacon มาลงใหม่อาการหายเป็นปลิดทิ้งเลยครับ แต่ก็เจอปัญหาเรื่อง Spyware virus อยู่บ้าง เลยเปลี่ยนมาใช้ FireFox (Web Browser) หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีอาการแล้วครับ

ทำไมผมถึงหันมาใช้ FireFox

DOWNLOAD FREE ได้ที่นี่



มอซิลลา ไฟร์ฟอกซ์ (Mozilla Firefox) รู้จักในชื่อ ไฟร์ฟอกซ์ เป็น เว็บเบราว์เซอร์ และไคลเอนต์ ไฟร์ฟอกซ์ทำงานได้ในหลายระบบปฏิบัติการรวมถึง วินโดวส์ แมคโอเอสเท็น ลินุกซ์ รุ่นปัจจุบันคือรุ่น 3.0 ออกเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551


Firefox มีหลายหลายคุณสมบัติในการท่องเว็บไซต์ท่องเว็บอย่างหรูด้วย “แท็บ”
ถ้าท่านกำลังใช้ Internet Explorer (ต่ำกว่ารุ่น 7) อยู่ ท่านคงจะต้องรำคาญ เมื่อเว็บเป็นสิบๆหน้าต่าง ไปกองอยู่ตรงทาสก์บาร์ของท่าน… แต่ปัญหานี้จะหมดไป เพราะคุณสมบัติ Tabbed Browsing ใน Mozilla Firefox ทำให้เมื่อคุณเปิดกี่เว็บไซต์ก็ตาม เว็บไซต์เหล่านั้น ก็จะอยู่รวมกันเพียงแค่หน้าต่างเดียว และใช้แท็บสำหรับการเปิดเว็บไซต์ต่างๆแทน

ระบบตรวจสอบการสะกดคำ
นบางครั้งเราก็ไม่แน่ใจหรอก ว่าคำที่เราพิมพ์ไปมันสะกดถูกต้องรึเปล่า หรือไม่การพิมพ์ด้วยความเร่งรีบ ก็อาจจะทำให้เราพิมพ์ตัวอักษรตกหล่นไป ซึ่งส่วนนี้ Firefox จะมีคุณสมบัติในการตรวจสอบการสะกดของคำที่เราพิมพ์ อาจจะในเว็บกระดานสนทนาหรือการพิมพ์ตอบกลับในอีเมล์ ซึ่งคำใดที่มีการสะกดผิด มันก็จะแสดงเส้นสีแดงข้างใต้คำนั้นๆ พร้อมกับแสดงคำที่ถูกต้องให้กับเรา

ช่องค้นหาอัจฉริยะ
Firefox จะช่วยคุณในการค้นหาอะไรก็ตามบนโลกอินเทอร์เน็ตได้อย ่างง่ายดาย สะดวก และรวดเร็ว ด้วยช่องการค้นหาที่ถูกมัดติดมากับตัวบราวเซอร์ Firefox โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องถ่อไปยังเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลอ ย่าง Google, Yahoo!, Amazon, eBay…ฯลฯ เพียงเพื่อที่จะค้นหาอะไรซักอย่าง วิธีการใช้ก็ง่า่ยแสนง่าย ให้คุณกรอกคำค้นหาลงไป พร้อมระบุเว็บไซต์ที่คุณจะใช้ค้นหาทางเมนูซ้ายมือ จากนั้นกด Enter ก็จะได้ผลลัพธ์การค้นหาอย่างรวดเร็วทันใจวัยฉกรรจ์ นอกจากนั้นคุณยังสามารถเพิ่มเว็บไซต์โปรดของคุณ โดยติดตั้งปลั๊กอินเว็บค้นหาลงไป ดังนั้นไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่พันเว็บไซต์ก็บ่ยั่นสำหรับ คุณ

ตัวช่วยแนะนำคำค้น
ใน Firefox 2 ได้มีการเพิ่มคุณสมบัติใหม่ นั่นก็คือการช่วยแนะำนำคำค้นหา (Search Suggestions) เมื่อไรก็ตามที่พิมพ์คำค้นในช่องค้นหา เพื่อให้เราได้แนวทางของคำศัพท์ที่จะใช้ค้นหาได้อย่า งที่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น เมื่อเราพิมพ์คำว่า “แม่น้ำ” ผลลัพธ์ที่ได้ ก็จะมีการแนะนำคำว่า ‘แม่น้ำเจ้าพระยา’ ‘แม่น้ำโขง’ ‘แม่น้ำปิง’… (ใช้ได้กับตัวค้นหาของ Google, Yahoo! และ Answers.com)

กู้คืนข้อมูลยามฉุกเฉิน
เคยมั้ยครับ ในขณะที่เรากำลังเปิดเว็บไซต์นู้นเว็บไซต์นี้ แล้วปรากฏว่าอยู่ดีๆ เจ้าโปรแกรมบราวเซอร์เจ้ากรรมของเรา ดันเกิดล่มขึ้นมา เว็บต่างๆที่กำลังเข้าก็พลอยดับลงไปด้วย ยิ่งถ้าท่านเป็นพวกบล็อกเกอร์ชอบการเขียนบล็อกเป็นชี วิตจิตใจ หรือชอบเขียนนู่นเขียนนี่ในโลกไซเบอร์ จะเป็นยังไงถ้าข้อมูลที่อุตส่าห์เขียนมาแทบเป็นแทบตา ย ต้องมลายหายสิ้นไป…. แต่สิ่งเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะ Firefox มีคุณสมบัติในการกู้คืนข้อมูลเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่เคยเข้า หรือข้อมูลที่ท่านได้เขียนไว้ก่อนที่บราวเซอร์จะล่มก ลางคัน ด้วยคุณสมบัติ Session Restore ที่จะมีตัวเลือกให้เลือก เมื่อเปิดบราวเซอร์ ดังนั้นจึงอุ่นใจได้ว่าข้อมูลของท่านจะยังคงอยู่เสมอ

รองรับการใช้งาน News Feed
ในปัจจุบัน มีเว็บไซต์ที่ได้รองรับเทคโนโลยี News Feed (RSS/ATOM) เพิ่มมากขึ้น เจ้าเทคโนโลยีที่ว่านี้ มีประโยชน์อย่างยิ่ง ที่จะทำให้เราไม่ต้องเข้าเว็บโน้นเว็บนี้ เพียงเพื่อแค่จะดูว่าที่เว็บนั้นๆ มีอะไรที่อัพเดตมาใหม่บ้าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ ที่เทคโนโลยีนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับนักท่องอินเทอร์เน็ตตัวยง ที่ไม่ต้องการพลาดข่าวด่วนสำคัญๆ และใน Firefox นี้ ก็ได้มีการรองรับอย่างเต็มที่ ท่านสามารถรับหัวข้อข่าวส่งตรงมายัง Firefox ได้ หรือนำเข้าผ่านไปยังเว็บไซต์ที่ให้อ่านบริการอ่าน Feed ออนไลน์ ได้แก่ My Yahoo!, Bloglines หรือ Google Reader

กำจัดป๊อป-อัพได้หมดจด
คงไม่มีใครจะปฏิเสธได้ว่า พวกหน้าต่าง หรือป๊อปอัพโฆษณาที่โผล่ขึ้นมาตามเว็บต่างๆ มันน่ารำคาญขนาดไหน ซึ่งใน Firefox ก็จะมีคุณสมบัติในการช่วยบล็อคหน้าต่าง หรือป๊อปอัพเหล่านี้ให้สิ้นซาก โดยที่ท่านไม่ต้องรำคาญใจอีกต่อไป

สะดวกกับการจัดการข้อมูลส่วนตัว
ใครที่ชอบเข้าเว็บลับๆ แล้วอยา่กจะทำลายหลักฐาน หรืออยากจะปิดบังอะไรต่อมิอะไรที่เป็นความลับส่วนตัว รับรองว่าถ้าท่านได้ลอง Firefox ความสะดวกจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ เพราะคุณสามารถลบข้อมูลลับๆ ได้ภายใน 4-5 คลิก ไม่ว่าจะเป็นประวัติการเข้าเว็บต่างๆ ประวัติงานดาวน์โหลด ประวัติการค้นหา การบันทึกรหัสผ่าน ฯลฯ

หยุดการโจมตีแบบ Phishing
Phishing คือการที่ผู้ไม่หวังดีได้สร้างเว็บไซต์ปลอม เพื่อทำการหลอกลวงให้เหยื่อ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลของหมายเลขบัตรเครดิต บัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ฯลฯ ซึ่งตรงนี้ Firefox ก็ได้รองรับคุณสมบัติที่จะหยุดการโจมตีเอาไว้ โดยจะมีข้อความเตือน เมื่อใดที่เราเข้าไปสู่ในเว็บไซต์หลอกลวงนั้นๆ ทำให้ผู้ใช้อุ่นใจได้ 2 เท่า

Firefox
เป็น Open Souce ซึ่งทำออกมานั้นเป็น การช่วยเหลือ คนที่ไม่ต้องการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ของโปรแกรมมากมาย และเป็นการช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของเราด้วย

ข้อดีของ Firefox หลักๆ ก็คือ
1. สามารถเข้า Bowser ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
2. สามารถใช้ความสามารถ ในการ ตรวจ Souce Code, CSS, Script ได้ ขณะที่เว็บนั้น ๆซ้อนหรือ ทำการล๊อกอยู่
3. มีโปรแกรม Download Manager อยู่ในตัวทำให้สามารถจัดการ เรื่องดาวน์โหลดในเบื้องต้น ได้แต่ข้อจำกัดของ ข้อนี้ก็มีอยู่
4. รัน Flash, Java ได้เหมือน IE แต่ไม่ถึงกับรันได้ 100%
5. มี Tap ช่องบนให้ทำงานได้มากมายหลายหน้าต่าง

ข้อเสียของ Firefox หลักๆ ก็คือ
1. ไม่สามารถรัน JavaScript ได้ค้อนข้างมาก ขนาดเวอร์ชั่น 3.5 แล้วก็ยังแก้ปัญหาส่วนนี้ไม่ได้
2. (ปัญหาสำหรับคนสร้างเว็บไซต์ และใช้ Firefox ในการรันคอมพาย) โค้ทที่เขียนจากโปรแกรมสร้างเว็บ เช่น Dreamewaver, GoLive ไฟร์ฟ๊อกนั้น จะอ่านสคริปได้ไม่เต็มรูปแบบ ทำให้การแสดง เนื้อหาและโค้ทที่เราใส่ไป นั้นแสดงออกมาไม่เต็ม 100%

Internet Explorer
เป็น Software ที่ได้รับการพัฒนามากจาก Microsoft ซึ่งเมื่อครั้งก่อนนั้น IE จัดเป็นโปรแกรม ท่องอินเทอร์เน็ตที่ ไม่ค่อยโดดเด่นสักเท่าไร แต่ Microsoft ได้เล็งเห็นช่องทางในการ ทำให้ผู้คนรู้จัก IE มากขึ้น เลยนำเข้าไป แถมฟรีกับ Windows ที่เป็นของแท้ ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ นั้น คุ้นเคยกับ IE ในจนถึงปัจจุบัน

ข้อดีของ Internet Explorer หลัก ๆ คือ
1. สามารถเข้าได้กับทุก Bowser ได้
2. สามารถอ่านสคริป โค้ดได้มากกว่า Firefox
3. สามารถอ่าน JavaScpit ได้ทุกสคริปและ รันได้อย่างไม่มีปัญหา
4. ปัจจุบัน IE พัฒนาให้มี Tap ด้านบนเพื่อสามารถเข้า ได้หลายเว็บเหมือนเช่น Firefox แล้ว
5. (ผู้ที่พัฒนาเว็บไซน์) สามารถรันและคอมพาย เว็บไซน์ได้อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อแสดงผลออกมา
6. มีความคล่องตัวในการใช้งาน (ด้วยความเคยชินจึงทำให้เกิดความคล่องตัว)

ข้อเสียของ Internet Explorer หลัก ๆ คือ
1. รัน Boswer ต่าง ๆ ค้อนข้างช้าและอาจจะค้าง
2. เป็นลิขสิทธิ์ Software ที่มากับวินโดร์ของแท้ จึงเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานฟรี
3. เป็นปัญหาในการเข้า เว็บไมล์โคซอร์ฟ หากดเข้าไป ดาวน์โหลด หรือ ทำเรื่องผ่านทาง IE แล้วใครใช้วินโดร์ของปลอม ทีนี้ละโดน ปัญหากันแน่ๆ



แหล่งที่มาhttp://www.man-za.com/ ; http://www.firefoxthai.com/